13:18:20 PM
  หัวข้อข่าว : TEM :ความคืบหน้าของการฟื้นฟูกิจการ

  ความคืบหน้าของการฟื้นฟูกิจการ – บริษัท ไทยเอนจิน เมนูแฟ็คเจอริ่ง จำกัด (มหาชน)

1.ความเป็นมา

ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2543 ให้ฟื้นฟูกิจการของบริษัท ไทยเอนจิน เมนูแฟ็คเจอริ่ง
จำกัด (มหาชน) ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม และตั้งบริษัท เชอร์ชิลล์ ไพรซ์
แพลนเนอร์ จำกัด เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ ในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543
เจ้าหนี้มีมติรับแผนฟื้นฟูกิจการ และเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2543 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟู
กิจการ และตั้งให้บริษัท เชอร์ชิลล์ ไพรซ์ แพลนเนอร์ จำกัด เป็นผู้บริหารแผน แผนฟื้นฟูกิจการมีทั้งหมด 7 ขั้นตอน คือ
1.การปรับปรุงโครงสร้างของภาระหนี้สิน
2.การโอนสินทรัพย์และหนี้สินบางส่วนไปนิติบุคคลเฉพาะกิจ
3.การโอนหลักทรัพย์ค้ำประกันให้แก่เจ้าหนี้ที่มีหลักประกัน
4.การลดทุน
5.การเพิ่มทุนและการแปลงหนี้เป็นทุน
6.การยกหนี้ที่เหลือบางส่วน
7.การนำหน่วยธุรกิจดำเนินงานเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีกครั้งโดยผ่านบริษัท ไทยเอนจินเมนูแฟ็คเจอริ่ง
จำกัด (มหาชน)

      ขั้นตอนที่ 1 ถึงขั้นตอนที่ 5 ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ส่วน 2 ขั้นตอนสุดท้ายของแผนฟื้นฟูกิจการซึ่งได้แก่การยก
หนี้ที่เหลือบางส่วนและการนำหน่วยธุรกิจดำเนินการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีกครั้งยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ

   เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2546 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุมัติให้ บริษัท เชอร์ชิลล์ไพร้ซ แพลนเนอร์ จำกัด ลา
ออกจากการเป็นผู้บริหารแผน  และในวันที่ 6 ตุลาคม 2546  มีคำสั่งอนุมัติให้บริษัท ไทยเอ็นจินเมนูแฟ็คเจอริ่ง จำกัด
(มหาชน) และบริษัท เอเชี่ยนอินเตอร์เนชั่นแนล แพลนเนอร์ จำกัด ร่วมกันเป็นผู้บริหารแผนคนใหม่ตามมติที่ประชุม
เจ้าหนี้

2.การดำเนินงานของผู้บริหารแผนร่วม

     ผู้บริหารแผนร่วม พยายามจัดแนวทางและแผนการดำเนินงานเพื่อให้ฐานะการเงินของบริษัทฯ ดีขึ้น และสร้าง
ความแข็งแกร่งให้บริษัทฯ อยู่รอด สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในธุรกิจได้
     แนวทางและแผนการดำเนินงานของผู้บริหารแผนร่วม มีดังนี้
               1. บริษัทฯ มีเป้าหมายต้องการส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัทฯ ที่เคยมีประมาณ 25% ของตลาด
เครื่องยนต์ดีเซลสูบเดียวกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด โดยแผนดำเนินงานจะเร่งทำทั้งทางด้านการเงิน การตลาด และการ
ผลิตให้สอดคล้องกับสถานภาพของบริษัทฯ ในปัจจุบันและรองรับการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ ผู้บริหารบริษัทฯ ได้ติดต่อ
กับบริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสทรี จำกัด (MHI) เพื่อให้ได้มาในสิทธิของการผลิตเครื่องยนต์ดีเซลแบบสูบเดียว ภายใต้
เครื่องหมายการค้ายี่ห้อ "มิตซูบิชิ"
                 ในขณะเดียวกันบริษัทฯ พยายามนำเครื่องหมายการค้า "สิงห์คะนองนา" ซึ่งเป็น
เครื่องหมายการค้าเครื่องยนต์ดีเซลที่ลูกค้ารู้จักและยอมรับในอดีตก่อนที่บริษัทฯ จะเข้าสู่ขบวนการฟื้นฟูกิจการ  ซึ่ง
ผลลัพธ์ทางการตลาดออกมาน่าพึงพอใจ  ลูกค้ายังยอมรับเครื่องหมายการค้า  "สิงห์คะนองนา " เพียงแต่ขอความ
มั่นใจว่าบริษัทฯ ยังคงสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เพราะสินค้าของบริษัทฯ เป็นสินค้าที่มีอายุการใช้งาน 3- 4 ปี
และต้องมีบริการหลังการขายควบคู่กันไปด้วย  ดังนั้น จึงเชื่อมั่นได้ว่า ในปี 2548 บริษัทฯ สามารถผลิตและจัดจำหน่าย
เครื่องยนต์ดีเซลภายใต้เครื่องหมายการค้าไทยได้อีกทางเลือกหนึ่ง
              2. แผนงานทางด้านการเงิน ผู้บริหารแผนร่วม พยายามที่จะหาผู้ร่วมทุนรายใหม่เข้ามาช่วยเหลือ
สนับสนุนทางด้านแหล่งเงินทุน ซึ่งขณะนี้ บริษัทฯ สามารถติดต่อผู้ร่วมลงทุนได้แล้ว อยู่ในขั้นตอนการร่วมวางแผนดำเนิน
งานและปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้  แต่ผู้บริหารแผนร่วมได้เคยนำเสนอและเข้า
ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์และ ก.ล.ต. ด้วยวาจาแล้ว  คาดว่าผลการปรับโครงสร้างหนี้จะแล้วเสร็จภายในกลางเดือน
พฤศจิกายน ศกนี้
              3. แผนงานทางด้านการตลาด ผู้บริหารแผนร่วมเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับลูกค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายที่
มีระบบเครือข่ายทั่วประเทศ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาด
(สกต.) หรือผู้แทนในประเทศ ให้ทราบถึงความพร้อมในการกลับเข้ามาดำเนินธุรกิจใหม่ เพื่อให้มั่นใจในตัวสินค้า
เครื่องยนต์ดีเซลและการบริการหลังการขายที่พร้อมสนับสนุนทางด้านอะไหล่ชิ้นส่วนและการบริการซ่อมเครื่องยนต์

ดังจะเห็นได้ว่าในปี 2547บริษัทฯ สามารถจัดจำหน่ายเครื่องยนต์ดีเซลได้ทั้งหมด 9,266 เครื่อง เพิ่มขึ้นจากปี 2546
ซึ่งจำหน่ายได้เพียง 3,590 เครื่อง ถึงร้อยละ 158.11 (ดังแสดงในตารางที่ 1) และถ้าพิจารณายอดจำหน่ายในปี
2547 เป็นรายไตรมาส (ดังแสดงในตารางที่ 2) จะเห็นได้ชัดว่า ภายหลังจากที่ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งผู้บริหารแผนร่วมใน
เดือน ตุลาคม 2546 นั้น บริษัทฯ สามารถดำเนินกิจการได้รุดหน้าขึ้นเรื่อย ๆ

ตารางที่ 1
ยอดจำหน่ายเครื่องยนต์ดีเซล ในปี 2545 - 2547
หน่วย  :  ล้านบาท
รายการ                     ปี 2545            ปี 2546               ปี2547
ยอดขายเครื่องยนต์ (เครื่อง)          1,903           3,590             9,266
รายได้จากการขายเครื่องยนต์          43.53           82.42            227.60
รายได้จากการขายอะไหล่              9.37            3.52             13.76
รายได้จากการขายสุทธิ               52.90           85.94            241.36


ตารางที่ 2
ยอดจำหน่ายเครื่องยนต์ ปี  2547 รายไตรมาส
 
หน่วย  :  ล้านบาท
รายการ                  ไตรมาสที่ 1/47 ไตรมาสที่ 2/47 ไตรมาสที่ 3/47 ไตรมาสที่ 4/47
ยอดขายเครื่องยนต์(เครื่อง)      2,158        2,191       2,619          2,298
รายได้จากการขายเครื่องยนต์     55.01        54.48       63.05          55.06
รายได้จากการขายอะไหล่        3.64          2.25        4.35           3.52
รายได้จากการขายสุทธิ          58.65        56.73       67.40          58.58

                 4.  แผนงานทางด้านการผลิต บริษัทฯ เร่งดำเนินการซ่อมแซมเครื่องจักรต่าง ๆ ที่หยุดชะงัก
การผลิตในช่วงการดำเนินงานของผู้บริหารแผนเดิม ให้กลับมามีสภาพพร้อมในการผลิตเหมือนเดิม และทำความเข้าใจ
กับ Suppliers ต่างๆ ของบริษัทฯ ให้ยอมรับความสามารถในการชำระค่าวัตถุดิบให้กับ Suppliers ได้อย่างตรงต่อ
เวลา และขอขยายเครดิตในการชำระค่าสินค้าที่สั่งซื้อ

                 5. แผนงานทางด้านการปฏิบัติงานในองค์กร บริษัทฯ ร่วมประสานงานกับผู้ร่วมลงทุนรายใหม่จัด
รูปแบบองค์กรให้มีการตัดสินใจที่รวดเร็วเพื่อความคล่องตัวในการทำงาน และสร้างขวัญกำลังใจของพนักงานกลับคืนมา
ให้มีความเชื่อมั่นในศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

3. ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ

ในปี 2547 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิ 241.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2546 ซึ่งมีรายได้จากการขาย เพียง
85.94 ล้านบาท ถึงร้อยละ 180.85 (ดังแสดงในตารางที่ 3) มี Margin จากการดำเนินงาน 56.51 ล้านบาท คิด
เป็นร้อยละ 23.415 เพิ่มขึ้นจากปี 2545 และ 2546 ซึ่งมี Margin ร้อยละ –3.588 และ 10.766 ตามลำดับ
บริษัทฯ สามารถลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ ลดลงจากปี 2545 และ 2546 ถึง 13.867 และ 5.605 ล้าน
บาท หรือลดลงร้อยละ 30.784 และ 15.238 มีกำไรสุทธิ 7.025 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2545 และ 2546 การ
ดำเนินงานขาดทุนสุทธิ 115.090 และ 124.555 ล้านบาทตามลำดับ  ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผู้บริหารแผนร่วมใหม่
สามารถปรับปรุงการบริหารงานให้บริษัทฯ ดำเนินการได้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น



ตารางที่ 3
งบกำไร-ขาดทุน ปี  2545 - 2547
หน่วย  :  ล้านบาท

                รายการ                   ปี  2545       ปี  2546       ปี  2547
 
รายได้จากการดำเนินงาน                       52.896       85.935        241.361
 กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์                    2.757          -             -
 โอนกลับค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ                     2.052          -             -
 รายได้อื่น ๆ                                 1.729        0.914         0.793
              รวมรายได้                    59.434       86.849        242.154
ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน
 ต้นทุนขาย                                  54.794       76.683        184.845
 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร                  45.046       36.784         31.179
 หนี้สงสัยจะสูญ                                3.374      (3.057)            -
สำรองเผื่อการลดมูลค่าสินค้าและสินค้าล้า สมัย         6.234        5.180            -
    ขาดทุนจากการปรับปรุงเจ้าหนี้-
         ตามแผนฟื้นฟูกิจการ                    -           69.072            -
    ขาดทุนจากการตัดจำหน่ายและ
         โอนทรัพย์สินถาวร                    50.797       6.600             -
                  รวมค่าใช้จ่าย             160.245       191.262        216.024
    กำไร(ขาดทุน)ก่อนดอกเบี้ยจ่าย             (100.811)     (104.413)        26.130
    ดอกเบี้ยจ่าย                            (14.279)      (20.142)       (19.090)
    กำไร(ขาดทุน)หลังดอกเบี้ยจ่าย             (115.090)     (124.555)         7.040
    ภาษีเงินได้นิติบุคคล                           -              -           0.012
    กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                    (115.090)     (124.555)         7.028
    กำไร(ขาดทุน)ต่อหุ้น(หน่วย : บาท)           (24.04)       (16.61)         0.94
    จำนวนหุ้นสามัญ  (หน่วย : พันหุ้น)             7,500        7,500           7,500
    Margin  (%)                           (3.588)       10.766         23.416

4.  การดำเนินการตามแผน
 
      วันที่ 6 พฤษภาคม 2547  บริษัท พิทยาธร จำกัด  โดยนายสุรชัย โฆศิตเสรีวงศ์  ได้ทำคำเสนอขอเข้าร่วม
ลงทุนกับบริษัทฯ โดยขอชำระหนี้คืนแก่เจ้าหนี้ (Proposal for the Purchase of Loan of TEM)   และผู้
บริหารแผนร่วมได้เชิญคณะกรรมการเจ้าหนี้ประชุมเพื่อรับทราบข้อเสนอแล้ว 3 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม
2547 วันที่ 31 พฤษภาคม 2547 และวันที่ 21 มิถุนายน 2547  และข้อเสนอปรับปรุงเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2547
เจ้าหนี้บางรายยินดีรับข้อเสนอ  แต่เจ้าหนี้บางรายขอเพิ่มวงเงินชำระหนี้ และเจ้าหนี้อีกกลุ่มหนึ่งไม่ขอแสดงความ
คิดเห็น จึงทำให้ข้อเสนอดังกล่าวหมดอายุไปก่อนได้รับการเห็นชอบจากเจ้าหนี้

   ต่อมาในเดือนตุลาคม 2547 บริษัท เอส.เอ.เอ็ม.ซี.แอ็ดไวโซรี่ จำกัด โดยคุณสุทธิศักดิ์ โล่ห์สวัสดิ์ ได้เสนอตัว
เข้าร่วมทุนกับลูกหนี้เพื่อนำเงินลงทุนไปชำระคืนเจ้าหนี้ โดยมีเงื่อนไขขอให้ลูกหนี้แก้ไขแผนเพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถนำเงิน
ลงทุนในลูกหนี้ได้ ผู้บริหารแผนได้แจ้งให้คณะกรรมการเจ้าหนี้รับทราบแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพิจารณาเงื่อนไขเพื่อ
เตรียมเสนอคำร้องขอแก้ไขแผนฯ  ซึ่งผู้บริหารแผนจะจัดประชุมเจ้าหนี้และผู้ลงทุนในวันที่ 18 เมษายน 2548  เพื่อนำ
เสนอเงื่อนไขการลงทุนและคาดว่าจะทำคำร้องเสนอแก้ไขแผนถายในเดือนเมษายน 2548


5.  แผนงานในอนาคต

     บริษัทฯ มีเป้าหมายในการเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์ดีเซลต้นกำลังที่มีความหลากหลายสามารถเลือกใช้งานได้ตาม
ความต้องการ บริษัทฯ มีโรงงานประกอบที่มีสมรรถนะพร้อมที่จะผลิตและพัฒนาสินค้าเพื่อสนองต่อความต้องการของตลาด
ได้ ดังนี้
     1.เครื่องยนต์ดีเซลแบบสูบเดียวราคาประหยัด (Low Cost - Low Price - High Quality)ภายใต้
เครื่องหมายการค้าไทย "สิงห์คะนองนา" ระบบ  SMG มีน้ำหนักเท่าคู่แข่งขัน(ซึ่งเป็นที่นิยมของเกษตรกร) แต่ประหยัด
น้ำมันกว่า 25% ไม่ต่ำกว่า 25,000 เครื่อง

     2.เครื่องยนต์เบนซิน ราคาเหมาะสมคุณภาพ  โดยมีต้นแบบจากประเทศจีน แต่นำมาพัฒนาปรับปรุงให้มีคุณภาพดี
ขึ้นและประหยัดน้ำมัน  แต่ราคาต่ำกว่าคู่แข่งขัน  คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในปี 2549  ปริมาณผลิตไม่น้อยกว่าปีละ
30,000  เครื่อง
     3 ในปี 2548 จะเป็นตัวแทนจำหน่ายและบริการหลังขายรถตัดอ้อย  CAMECO จากสหรัฐอเมริกา


6.  เป้าหมายการบริหารงานของผู้บริหารแผนร่วม

                   ผู้บริหารแผนร่วมใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ บริหารงานบริษัท ไทยเอนจิน เมนูแฟคเจอริ่ง
จำกัด(มหาชน) ให้บรรลุผลสำเร็จตามแผนฟื้นฟูกิจการ  เพื่อให้สามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้สำเร็จภายในเดือน
พฤษภาคม 2548  จากนั้นจะยื่นเสนอแผนดำเนินงานต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อขอออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ และนำเสนอ
แผนธุรกิจต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อขอนำหุ้นของบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดอีกครั้งภายในเดือนมิถุนายน 2548
โดยยึดถือผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ถือหุ้น เจ้าหนี้ พนักงาน และภาครัฐบาล ภายใต้กรอบ
ข้อกำหนดของกฎหมายและจริยธรรมทางธุรกิจ